มองประเทศไทยในแง่ดี (ตอนที่ 70) เรื่อง สัมมาทฏิฐิ กับ ความมั่นคงแห่งชาติ

Share Button
thumb_kracanel

หลังจากผมเขียนเรื่อง สัมมาทฏิฐิ กับ โครงการ “คลองกระ” ก็พอดีได้ฟังผู้มีอำนาจรัฐ พากันพูดว่า “ไม่เอาๆ”   ถ้าขุดคลองแบ่งประเทศแล้ว  ปัญหาความมั่นคงใครจะแก้  มองดูแต่ข้อดี ไม่ดูข้อเสีย !

 

พอผมได้ฟังเช่นนี้ ก็เลยทำให้รู้ว่า  อ้อ ! คงเพราะปัญหาเรื่องความไม่เข้าใจความหมายของคำว่า “National Security-ความมั่นงแห่งชาติ” นี่เองเป็นเหตุ ที่จริงเรื่องนี้เป็นปัญหาที่ผมเผชิญมาและได้แก้มาแล้ว  เพราะผมนึกได้ถึงสมัยที่ผมต้องรับผิดชอบในการแก้ปัญหาคอมมิวนิสต์ในประเทศไทย เมื่อ 50 ปีกว่ามาแล้ว  ผมเข้าใจว่าผมเป็นคนแรกที่ต้องไปอธิบายทำความเข้าใจ เรื่องความหมายของคำว่า “ความมั่นคงแห่งชาติ”  นั้นคืออะไร  ทั้งสถาบันการศึกษา และสังคมทั่วไปที่เชิญมา  และผมก็เห็นว่า มีความสำคัญต่อการแก้ปัญหา เพราะปัญหาคอมมิวนิสต์เป็นปัญหา “ความมั่นคงแห่งชาติ”  อาจถึงขั้นชาติล่มสลายได้ อย่างที่ประเทศอื่นๆ ประสบมา ที่เรียกว่า “ลัทธิ โดมิโน”  ประเทศไทยเป็นโดมิโน ตัวสุดท้าย สังคมนานาชาติและสังคมไทยก็พลอยเชื่ออย่างนั้นตาม  เพราะอิทธิพลของการโฆษณาชวนเชื่อของคอมมิวนิสต์ที่มีอิทธิพลนั่นเอง

 

ความจริง คำว่า “ความมั่นคงแห่งชาติ”  ที่แปลมาจากภาษาอังกฤษ อเมริกัน  จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นำมาและจัดตั้งหน่วยที่เรียกว่า “สภาความมั่นคงแห่งชาติ- National Security Council” ไม่ใช่ “ความปลอดภัยแห่งชาติ”  เพราะคำว่า Security จะแปลว่า “ความปลอดภัย” มาก่อน  แต่เพื่อให้มีความหมายลึกซึ้ง ตรงกับภาษาอังกฤษ จึงได้ใช้คำว่า “ความมั่นคง”  ซึ่งดูจะเป็นความหมายที่มีน้ำหนัก พอๆ กัน  แต่ถ้าจะอธิบายคำนี้ให้เข้าใจ คนไทยที่เคยชินอยู่กับคำว่า “ความปลอดภัย” ก็จะเหมาเอาว่าเหมือนกัน  เพราะจากคำ “Security” คำเดียวกัน  ดังนั้นผมจึงจำเป็นต้องไปอธิบายให้เข้าใจ อธิบายด้วย เขียนเป็นบทความด้วย ทั้งสถาบันสูงสุดของประเทศ จนถึงสถาบันการศึกษาทั่วไป  ผมยังไม่ได้ค้นดูว่า ยังมีต้นฉบับหลงเหลืออยู่หรือไม่  แต่คนในยุคนั้นพอจะเข้าใจ  แต่มายุคนี้ผู้มีอำนาจบริหารทุกระดับเป็นคนรุ่นใหม่  ไม่ทราบว่าจะเข้าใจอย่างไร  ทางสถาบันต่างๆ สอนกันว่าอย่างไร ?  แต่ผมสงสัยอยู่เพราะบางครั้งพูดว่า ความมั่นคงแบ่งเป็นความมั่นคงภายใน ความมั่นคงภายนอก คงไม่ใช่แน่  “ความมั่นคงแห่งชาติ” ต้องมี “ความมั่นคงเดียว”  ชาติไม่มีนอก ไม่มีใน รวมกันเป็นชาติเดียว

 

ดังนั้น จึงต้องเริ่มต้นว่า ความหมายของความมั่นคงแห่งชาตินี้ เป็นความหมาย “ในรูปธรรม” หรือ “นามธรรม” ตรงนี้สำคัญ ผมขอเน้นว่า ความมั่นคงแห่งชาตินั้น เป็น “นามธรรม”  ครับ  ไม่ใช่ “รูปธรรม” จับต้องไม่ได้ อยู่ที่ความรู้สึกของคนในชาติ ความรู้สึกนี้ก็คงจะต้องยอมรับว่าส่วนมากนั้นมาจาก “รูปธรรม” นั่นเอง  ที่สมัยนี้เรียกว่า “ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง”  ก็ตรงกับภาษาอังกฤษว่า ความมั่นคงจะเกิดขึ้นได้ ก็ด้วยความปลอดภัย (Security)  และการพัฒนา (Development) รวมกัน มีสัดส่วนเหมาะสม มีผลปฏิบัติ ทำให้คนมีความรู้สึกมั่นคง ชาติก็มั่นคง ที่สำคัญทั้งความปลอดภัย (Security)  และการพัฒนา (Development) จะต้องร่วมมือกัน ไม่ขัดแย้งกัน แบ่งทรัพยากรในการปฏิบัติหน้าที่ความรับผิดชอบ เป็นสัดส่วนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป  ดังนั้นทัศนะของทหารที่รับผิดชอบงานทางด้านความปลอดภัย (Security)  กับ พลเรือน ทางด้านการพัฒนา (Development) ก็จะต้องมีทัศนะที่ตรงกันที่เรียกว่า ใช้ “ข่าวกรองแห่งชาติ” ที่มาจากองค์กรสำคัญอีกองค์กรหนึ่ง ที่เราเอามาจากอเมริกาเป็นของใหม่คือ “สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ”  เริ่มต้นเรียกว่า “กรมประมวล” หน่วยเหล่านี้ผมมีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะ เจ้ากรมยุทธการทหารบก ทำงานให้กับ ผบ.ทบ. และนายก จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ท่านใช้ผม อีกหน่วยงานหนึ่งที่สำคัญ ทางด้านพลเรือนงานพัฒนา มีสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นผู้รับผิดชอบ  แต่เมื่อพูดถึง “National Security-ความมั่นงแห่งชาติ” แล้ว ก็จะมารวมกันอยู่ที่ “สภาความมั่นคงแห่งชาติ – National Security Council”  ในยุคแรกผมเชื่อว่า ทางรัฐบาลซึ่งอาจได้รับคำแนะนำจากที่ปรึกษาพิเศษของสถานฑูตสหรัฐฯ ด้วย  เพราะเขาให้ความช่วยเหลือทั้งทางด้านทหารและพลเรือน เป็นจำนวนมาก ตามนโยบาย หรือยุทธศาสตร์ป้องกันไกลบ้าน “Forward  Defense Strategy” จากประสบการณ์ของผม  ต่อมาผู้รู้ดีว่า หน่วยงานพิเศษของสหรัฐนี้  เขามุ่งไปที่คน ต้องได้คนดี งานสำคัญดังกล่าวจึงจะบรรลุผลสำเร็จได้  แล้วเขารู้จักคนในระดับสูงของทั้งทหารและพลเรือนดี  อาจดีกว่าเราคนไทยด้วยซ้ำ  ดังนั้น หน่วยงานทั้งสองจึงมีคนดีรับผิดชอบ เรียกว่า เลขาธิการสภาความมั่นคง กับเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ เป็นใครนั้น ผมไม่อยากเอ่ยชื่อท่าน ทุกคนคงทราบดี เรื่อง กินตามน้ำ ที่เรียกว่า Corruption  ผมจึงไม่ได้ยิน ทั้งๆ ที่ผมต้องอาศัยทั้ง 2 หน่วยนี้ ให้ความร่วมมือกับ กอ.ปค./ กอ.รมน.  ที่มีหน้าที่รับผิดชอบแก้ปัญหา ผกค./ พคท.  ที่ผมเล่าไว้ในหนังสือ พคท. หายไปไหน ?   เป็นหน่วยงานร่วมกันของพลเรือนและทหาร ไม่มีหน่วยอื่น กอ.ปค./กอ.รมน. ก็ไม่เกี่ยว การแบ่งความรับผิดชอบแน่นอนนี้เอง  จึงทำให้เราทำงานประสานกัน ร่วมมือกัน ไม่มีการขัดแย้งกัน อย่างที่เป็นอยู่ขณะนี้  บางครั้งไม่ทราบว่า ใครรับผิดชอบกันแน่ !  ทั้งที่ พ.ร.บ. รักษาความมั่นคงภายใน ซึ่งน่าจะเรียกว่าความปลอดภัยภายใน ได้กำหนดไว้แน่นอน ว่าเป็นหน้าที่ของ กอ.รมน. จึงทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้  ตามที่มีข่าวในสื่อมวลชนอยู่ตลอดเวลา  ความหมายของคำว่า “ความมั่นคงแห่งชาติ-National Security” ที่ถูกต้องนั้น ต้องเข้าใจและเชื่อว่า ความหมายนี้เป็น “นามธรรม”  ถ้าไม่เข้าใจ กลับเห็นว่าเป็น “รูปธรรม” แล้วจะทำให้เข้าใจความหมายนี้ผิดไป

 

ทำไมผมจึงว่าเช่นนั้น ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ  ประเทศต่างๆ มีพื้นที่ประชากร ทรัพยากรต่างกัน  แต่ทุกประเทศก็สามารถทำให้ประเทศของตนมีความมั่นคงในชาติได้ ขึ้นอยู่กับ ความมั่นใจของผู้นำรัฐบาลและประชาชน  ถ้าคนส่วนใหญ่มั่นใจว่า ประเทศของตนมีความมั่นคง ประเทศก็จะมั่นคง  แต่ทั้งนี้ก็ต้องตรวจสอบมาจาก “รูปธรรม” ของประเทศนั้นๆ ว่า มีกำลังทหารป้องกันประเทศเท่าไร  อาวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัย ทหารมีประสิทธิภาพในการใช้อาวุธเหล่านั้นเพียงใด  มียุทธศาสตร์ ยุทธวิธี ที่สอดคล้อง สามารถชนะศัตรูได้อย่างไร  มีเศรษฐกิจมั่นคงเพียงใด การแบ่งงบประมาณระหว่างการพัฒนากับการรักษาความปลอดภัย ได้สัดส่วน ด้วยเหตุผล ตามสถานการณ์ถูกต้องเพียงใด  ถ้าพิจารณาตามที่กล่าวนี้ก็จะเห็นว่า ประเทศเล็ก เช่น สิงคโปร์ สวิสเซอร์แลนด์ ก็มีความมั่นคงมากกว่าชาติใหญ่ๆ เช่น ญี่ปุ่น และเยอรมัน ในสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง  เพราะในที่สุดประเทศเยอรมันก็ถูกฝ่ายพันธมิตรต่อสู้เอาชนะในที่สุด  ญี่ปุ่นก็เช่นเดียวกัน ประเทศไทยเราก็เช่นเดียวกัน  แต่ประเทศไทยใช้ยุทธศาสตร์ยืดหยุ่น และมีการประสานร่วมมือกันระหว่างกำลังทหาร กับกำลังปัญญาทางด้านการฑูตและทางด้านสังคมที่เป็นชาติเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ จึงได้รับความเสียหายน้อยกว่า หรือรักษาความมั่นคงแห่งชาติไว้ได้

 

ดังนั้น ก็จะเห็นได้ว่าความมั่นคงแห่งชาติ  เป็นนามธรรม  เพราะไม่ได้ขึ้นอยู่ว่า มีทหารมาก อาวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัยแต่อย่างเดียว  จะต้องมองภาพเป็นองค์รวม ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมด้วย จึงจะเป็นภาพที่ถูกต้อง

 

ความมั่นคงแห่งชาติ ไม่ได้แบ่งเป็นความมั่นคงแห่งชาติภายใน แห่งชาติภายนอก  แต่รวมกันทั้งภายในและภายนอก ถ้ามองเป็นภาพรวมในลักษณะว่าเป็นนามธรรมแล้ว ก็จะแยกกันไม่ออก นอกจากผู้นั้นจะมองความมั่นคงแห่งชาติ ในลักษณะ “รูปธรรม” ที่เป็นความคิดที่ผิด

 

อีกประการหนึ่งในเรื่อง “ความมั่นคงแห่งชาติ” นี้  ประชาชนทั่วไป จะต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้งเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างความปลอดภัยกับการพัฒนา  เพราะทั้งสองปัจจัยนี้ มีความสัมพันธ์กันที่จะทำให้เกิดความมั่นคง  ดังนั้นภาษาอังกฤษเขาจึงเขียนไว้ว่า Is Development Security คำตอบที่ถูกคือ Yes.  ขออธิบายให้ฟังสั้นๆ ว่า  ถ้าทางเข้าบ้านของท่านมืด มีหญ้า ต้นไม้ ขึ้นรก  ท่านรู้สึกไม่ปลอดภัย ในเวลากลางคืนใช่ไหม ?  ท่านจะแก้ได้ ทางหนึ่งที่ยั่งยืน ก็คือ หาเงินมาทำถนนให้เรียบ มีเสาไฟสองข้างทาง ตัดหญ้า ต้นไม้ ให้โปร่ง แล้วท่านจะรู้สึกปลอดภัยขึ้นใช่ไหม  แทนที่จะต้องจ้างยาม ขอตำรวจ ทหาร มาอารักขา ก็จะไม่มั่นใจเท่าการพัฒนา และก็ไม่ยั่งยืน  ดังนั้น ท่านก็จะเห็นว่า การพัฒนานั้นจะช่วยให้ปลอดภัยขึ้น

 

แต่ในโครงการ การต่อสู้การก่อการร้าย  ถ้าเราจะไปสร้างถนนในที่ที่มีผู้ก่อการร้าย คอยขัดขวางทำลายอยู่ เราก็จะต้องอาศัยกำลังทหาร ตำรวจ อาสาสมัครในช่วยคุ้มครองก่อน  หรือไปทำให้พอปลอดภัย จึงจะไปพัฒนาได้  จึงจะมองเห็นชัดว่า ทั้งสองอย่างนี้มีความสัมพันธ์กันอย่างไร  แต่ถ้าถามว่า Is Security Development คำตอบที่ถูกคือ No.  เพราะกำลังทหาร ตำรวจ ไปปราบปรามนั้นได้เพียงชั่วขณะ เมื่อกลับไปแล้ว เหตุการณ์ก็กลับเป็นอย่างเดิม หรืออาจก่อให้เกิดความขัดแย้งอย่างอื่นตามมาด้วย จึงตอบว่า  No.

 

ในสมัยที่ผมมีหน้าที่รับผิดชอบในการแก้ปัญหา ผกค./พคท. ในตำแหน่ง ผบ.ศอป. คือ ผู้บังคับศูนย์อำนวยการและประสานงานของ กอ.ปค./กอ.รมน.  รับผิดชอบงานประจำวันที่ได้รับอนุมัติ  ให้สำเร็จตามที่ได้รับอนุมัตินโยบาย ยุทธศาสตร์ แนวคิด หลักนิยม และแผนปฏิบัติการใหม่ตามที่เสนอแล้ว  ผมจึงต้องไปอธิบายทำความเข้าใจใน 2 เรื่องที่เป็นปัจจัยต่อความสำเร็จ คือ ความหมายของคำว่า “ความมั่นคงแห่งชาติ” และปัจจัยความสำเร็จที่มี 2 ปัจจัย คือ ความปลอดภัย (Security) และการพัฒนา (Development) นี้ มีความหมาย และมีความสัมพันธ์  ต้องพึ่งพาอาศัยกันอย่างไร ให้ถูกต้องตรงกันทุกระดับ เมื่อเข้าใจแล้วก็จะต้องทำอย่างที่เรียกว่า เชื่อในสิ่งที่ทำ ทำในสิ่งที่เชื่อ  ภาษาอังกฤษว่า Believe what you do, do what you believe in. จึงจะเป็นการทำที่นำไปสู่ความสำเร็จได้  ไม่ใช่ว่า “สักแต่ว่าทำ”

 

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เป็นเรื่องยุทธศาสตร์ ที่จะทำให้ “ความมั่นคงแห่งชาติ”  มั่นคงนั้น  เมื่อท่านเข้าใจว่าต้องอาศัยปัจจัยทั้ง 2 อย่างดังกล่าวแล้ว  แต่ท่านก็จะต้องมียุทธวิธี ที่จะแก้ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ  อาจเกิดขึ้นได้ นั้นไว้ล่วงหน้า  ถ้ายุทธศาสตร์ของท่านถูก ที่เรียกว่า “Winning Strategy” แล้ว  ท่านจะคิดยุทธวิธี คือ กลอุบายในการทำนั้นได้สำเร็จอย่างแน่นอน

 

ผมหวังว่าท่านผู้อ่านจะเข้าใจ ความหมายของคำว่า “ความมั่นคงแห่งชาติ” นั้นหมายความว่าอย่างไร ?  ท่านจะรู้ได้อย่างไร ?   ท่านจะสร้างขึ้นมาได้อย่างไร ที่สำคัญคือ เป็น “นามธรรม” ไม่ใช่ “รูปธรรม”

 

ดังนั้น การขุด “คลองกระ”  เพื่อการพัฒนาทำให้เศรษฐกิจของท้องถิ่น ของประเทศ ของภูมิภาค และของโลก ดีขึ้น  จึงมีส่วนให้เกิดความมั่นคงแห่งชาติมากกว่า  หากผู้อ่านมีความเห็นโต้แย้งอย่างไร กรุณาอภิปรายในการสัมนา ที่ทางคณะรัฐบุคคลขอให้ จัดให้มีขึ้น โดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง KMITL ในนามองค์ร่วมเพื่อพัฒนาคอคอดกระ (KIDA : Kra Isthmus Development Authority Co. Ltd.)

 

เมื่อเข้าใจเช่นนี้แล้ว  จึงจะเรียกว่า “สัมมาทฏิฐิ” ตามปรัชญาของพระพุทธเจ้า  อันเป็นหนึ่งใน “มรรค คือ องค์แปด”  ที่จะทำให้การปฏิบัติการใดๆ ประสบผลสำเร็จ  แม้แต่ “พระนิพพาน” นั้นหมายความว่า “ต้องรู้ปัญหา” จึงจะรู้ว่า “วิธีที่จะแก้ปัญหา” ที่เรียกว่า นโยบาย หรือยุทธศาสตร์ ที่ถูกต้อง  จึงจะมั่นใจว่า การปฏิบัติการที่เป็นอยู่ในขณะนี้นั้น และที่ปฏิบัติมาแล้วนั้นถูกต้อง  นำไปสู่ความสำเร็จ ถ้าดูปัญหาประเทศไทยในปัจจุบัน ประชาชนและผู้มีอำนาจรัฐ มีความรู้สึกว่า “มั่นคง” ชาติมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง – National Security” หรือไม่ ?

 

จากที่ผมกล่าวมาข้างต้น  ทำให้ผมต้องเขียนเรื่องนี้ขึ้น ก็เพราะผมตกใจที่ผู้มีอำนาจรัฐ กล่าวเช่นนั้น  แล้วประชาชนจะเข้าใจเช่นไร ?  ทำไมการแก้ปัญหาหลังจากประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง ในระดับหนึ่ง มานานถึง 20 ปี (2528-2548)  แล้วมาเกิดเหตุขึ้นอีก นานมาแล้วถึง 13-14 ปีมาแล้ว ยังไม่แนใจว่าที่ทำอยู่นี้เกิดจาก “สัมมาทฏิฐิ” รู้ปัญหาถูกต้องหรือไม่ ?

 

ดังนั้น ผมจึงกล่าวว่า “สัมมาทฏิฐิ” กับ “ความมั่นคงแห่งชาติ”  คือสังคมกับผู้นำจะต้องเข้าใจ ว่าความมั่นคงแห่งชาติ หมายความว่าอะไร และ “สัมมาทฏิฐิ” จึงจะมั่นใจว่า รู้ปัญหา  ส่วนการแก้ปัญหาก็สามารถมั่นใจว่า เป็นการแก้ไขตามแนวทางที่ถูกต้อง

 

หากท่านอยากทราบว่า การแก้ปัญหาอยู่ในปัจจุบันนี้ ถูกต้องหรือไม่  สามารถจะแก้ไขให้ถูกต้องได้อย่างไร กรุณาอ่านหนังสือ “คำประกาศเจตจำนง การแก้ปัญหาภาคใต้ และปัญหาการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง : The Manifesto: the Solution to the South and Political Problem must be Solved by Politic” ที่ผมเขียนและอธิบายไว้ โดยระเอียด

โดย พล.อ.สายหยุด  เกิดผล
อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด
ประธานคณะรัฐบุคคล
31 ตุลาคม 2560

Share Button

Comments

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.