อาเซียน ศูนย์กลางการขนส่งบนเส้นทางสายไหมทางทะเล

สมาชิกอาเซียนซึ่งประกอบด้วย บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม รวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจ (ASEAN Economic Community – AEC) ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจปราศจากการแทรกแซงทางการเมืองซึ่งกันและกัน อย่างไรก็ดี รายได้มวลรวม (จีดีพี) ของสมาชิกมีความแตกต่างสูง อาทิเช่น ประเทศสิงคโปร์มีรายได้ต่อประชากรสูงกว่าประเทศลาวถึง 49 เท่าตัว สูงกว่าไทยประมาณ 10 เท่าตัวและสูงกว่ามาเลเซียประมาณ 5 เท่าตัว ประชาคมอาเซียนจะต้องพยายามแก้ปัญหาเหล่าน้ีในอนาคต

rg-01

ในขณะที่ประเทศมหาอำนาจบางประเทศดำเนินนโยบายปิดล้อมประเทศจีน โดยส่งเสริมความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน จึงได้ตอบโต้ด้วยนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจบนเส้นทางสายไหมทางทะเล เพื่อจรรโลงสันติภาพในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค การสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ( Large Scale Infrastructure Project) รถไฟรางคู่ เชื่อมต่อจากภาคตะวันตกของจีนยาวไปถึงประเทศสิงคโปร์ การขุดคลองกระเพื่อเปิดเส้นทางการเดินเรือจากทะเลจีนใต้ไปสู่มหาสมุทรอินเดีย ฯลฯ และจะก่อให้เกิดความเติบโตทางการค้า และ เศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของสันติภาพอย่างถาวร เป็นท่ีทราบกันดีว่าโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นการกระจายรายได้ซึ่งได้ผลดีท่ีสุด ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การพัฒนาโครงการคลองกระจะมีความสำคัญต่อการเมืองระหว่างประเทศ ดังน้ี

1. โครงการคลองกระจะเป็นส่วนหน่ึงในการลดความขัดแย้งในภาคพื้นแปซิฟิค โดยโครงการจะมีลักษณะเป็นการลงทุนร่วมของนานาประเทศ ในกรณีน้ี จีนและญี่ปุ่นจะจับมือร่วมกันพัฒนาการลงทุนขนาดใหญ่ ซึ่งทั้ง จีนและญี่ปุ่นมีผลประโยชน์ร่วมกันในการสร้างความสะดวกในการเดินทะเล คลองกระจึงเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องการความร่วมมือของทุกประเทศ

2. โครงการคลองกระจะช่วยผ่อนคลายความแน่นขนัด ลดความตึงเครียดของการเดินเรือในช่องแคบมะละกา และในอนาคตจะเร่งพัฒนาประเทศอาเซียนตอนบน เช่น พม่า ลาว กัมพูชา และ เวียดนาม พร้อมไปกับประเทศไทย และจะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำฐานะของประเทศอาเซียนได้เป็นอย่างดี สร้างสภาพการณ์ให้เป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย

3. ประเทศอินเดียกำลังพัฒนาเร่งตนเองออกจากความยากจน อินเดียมีความประสงค์ จะพัฒนารถไฟรางคู่ความเร็วสูงทั่วทั้งทวีป โดยอินเดียมีนโยบายมองบูรพา (Look East) และต้องการใหเ้กิดการค้า การลงทุนระหว่างอินเดียกับประเทศอาเซียน จีนและญี่ปุ่น คลองกระจะเป็นเครื่องมือรองรับความเจริญของอินเดียได้ตรงตามประสงค์ของผู้นำในภูมิภาคนี้

rg-02

4. จากการที่ประเทศตะวันตกมุ่งหน้าทำสงครามในตะวันออกกลางในทศวรรษผ่านมา ส่งผลให้ประเทศเหล่านั้นตกอยู่ในสภาวะล้มละลาย มีหน้ีสินมหาศาลแต่ก็ยังต้องนำเอาเงินจำนวนมากไปทำสงครามต่อเนื่อง ระบบการเงินของประเทศตะวันตกอยู่ในภาวะฝืดเคือง กลุ่มประเทศ BRICS (Brazil Russia India China and South Africa) ซึ่งมีฐานะทางการเงินดีและกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ได้รวมกลุ่มกัน และก้าวเข้ามาสร้างกลไกทางการเงินอย่าง BRICS Banks ข้ึนมาทดแทน กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF – International Monetary Fund) ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการเงินของประเทศตะวันตก ประเทศจีนได้จัดตั้งธนาคารเพื่อการลงทุน โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจในเอเชีย หรือ Asian Infrastructure Investment Bank (AIIB) ข้ึนมาทดแทนธนาคารโลก (World Bank) มีจุดประสงค์เพื่อปล่อยเงินกู้ให้กับประเทศกำลังพัฒนา ทั้ง BRICS Bank และ AIIB เข้ามาทดแทน IMF และธนาคารโลกเพราะทั้งสององค์กร ได้หยุดทำหน้าที่ส่งเสริมการพัฒนาและมุ่งแสวงหากำไรเสียแล้ว ดังจะเห็นได้จากเงื่อนไขสุดโหดของ IMF เมื่อคร้ังเกิดวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งในประเทศไทย โดยใน พ.ศ.2547 โครงการขุดคลองกระสามารถเลือกยืมเงินได้จาก AIIB โดยปราศจากข้อผูกพันสุดโหดซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการลงทุน (ดูภาพ BRICS)

rg-03

5. ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของโลก จุดจบของฉันทามติวอชิงตัน (Washington Consensus) และโลกหลายขั้ว (Multi – Polar World) เปิดทางให้โครงการคลองกระกำเนิดขึ้นในสถานการณ์ใหม่ ประเทศไทยมีโอกาสเลือกความเป็นกลาง ไม่ตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของฝ่ายตะวันตกเสมอไป ความเป็นอิสระในการตัดสินใจ จะทำให้โครงการคลองกระเป็น “เขตเศรษฐกิจแห่งความสงบและความเป็นกลาง” ตามหลัก ZOPFAN ของอาเซียน การรู้จักถ่วงดุลอำนาจ กุศโลบายซึ่งประเทศไทยได้ยึดถือมาเป็นเวลาช้านาน จะสามารถนำมาใช้ได้อย่างเต็มรูปแบบสำหรับโครงการคลองกระ

เหตุใดชายฝั่งตะวันตกของประเทศไทยทวีความสำคัญทางเศรษฐกิจขึ้นอย่างสม่ำเสมอ

1. จังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่และตรัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวท่ีมีชื่อเสียงระดับโลก เมื่อเกิดภัยพิบัติคลื่นยักษ์ซึนามิพัดเข้าถล่มชายฝั่งอันดามัน เมื่อปี พ.ศ.2547 ฐานทัพพังงาได้รับความเสียหายหนักมาก เรือรบไทยต้องใช้เวลาเดินทางหลายวันผ่านช่องแคบมะละกาถึงจะสามารถเดินทางมาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บได้ ซึ่งทำให้ล่าช้าและไม่สามารถช่วยเหลือได้ทันท่วงที

2. การประมงของประเทศไทย มีจำนวนเรือเป็นอันดับสามของโลก เรือประมงไทยมักประสบปัญหา เมื่อเดินทางผ่านน่านน้ำของประเทศต่างๆ การประมงทางฝั่งทะเลอันดามันมีความสมบูรณ์ไม่แพ้ทางอ่าวไทยและทะเลจีนใต้ แต่เพราะกองเรือประเทศพม่ามีจำนวนมากกว่ากองเรือไทยในฝั่งทะเลอันดามัน การป้องกันผลประโยชน์ทางฝั่งอันดามันในเรื่องของการประมง จึงยังทำได้ไม่สมบูรณ์

3. ประเทศพม่ากำลังเปิดประเทศ ประเทศไทยมีความประสงคจ์ะขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับ ประเทศเพื่อนบ้าน ในอนาคตไทย – พม่า คงจะมีการสำรวจผลประโยชน์ทางทะเลร่วมกัน ดังที่ไทยทำกับประเทศมาเลเซีย กองทัพเรือไทยทางฝั่งทะเลอันดามัน จะต้องรับภาระเพิ่มข้ึนในการป้องกันผลประโยชน์ของไทยอย่างแน่นอน ซึ่งการขุดคลองกระจะทำให้ประเทศไทยสามารถปกป้องผลประโยชน์ของชาติด้านชายฝั่งทะเลตะวันตกได้สะดวกมากข้ึน เป็นการเปิดวงล้อมของอ่าวไทย ขยายโอกาสทางเศรษฐกิจโดยอาศัยพื้นที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ กระจายผลประโยชน์ของชาติให้ได้กว้างไกลสู่ระดับโลก ซึ่งสอดคล้องตามหลักการสมุททานุภาพของ Alfred Tayer Mahan

ในความคิดของ Alfred T Mahan สมุททานุภาพหรืออนุภาพทางทะเล ประกอบด้วยปัจจัย 6 ประการ

  1. พื้นที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ (Geographies Position)
  2. ลักษณะของพื้นที่ (Physical Conformation)
  3. ความกว้างของดินแดน (Extension of Territory)
  4. จำนวนประชากร (Number of Population)
  5. คุณลักษณะของประชากร (National Character)
  6. คุณลักษณะของรัฐบาล (Character of The Government)
wc-01

การขุดคลองกระเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นท่ีทางภูมิศาสตร์ จากประเทศปิดไปสู่ทางออกทะเลกว้างซึ่งจะเพิ่มศักยภาพความมั่นคงให้แก่ประเทศไทย โดยเรือโท อมรเทพ ได้สรุปในวิทยานิพนธ์ว่า
1. การขุดคลองกระจะตั้งอยู่นเส้นทางหลักของการคมนาคมทางเรือ Alfred T. Mahan ได้ให้เหตุผลว่าประเทศซึ่งตั้งอยู่บนเส้นทางเดินเรือมหาสมุทรจะได้รับประโยชน์มากมายเหนือประเทศอื่น
2. พื้นท่ีทางภูมิศาสตร์ของคลองกระ อยู่บนเส้นทางเดินสมุทรระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิค แม้ว่าจะสามารถประหยัดเวลาได้เพียง 44 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับการเดินเรือในช่องแคบมะละกา แต่คลองกระจะสร้างความเป็นต่อทั้งความมั่นคงและเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทย

wc-02