Jack-Ma-Alibaba-Group

คลองกระกับผลประโยชน์ทาง E commerce

Share Button

โดย ภักดี ธนะปุระ

 

เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.2556    ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของประเทศจีน ได้ประกาศนโยบาย เส้นทางสายไหมทางทะเล (Maritime Silk Road) เพื่อเป็นแนวทางในการ   ขยายความร่วมมือระหว่างประเทศในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค ในศตวรรษที่21   ต่อมาเพื่อให้ความร่วมมือเป็นรูปธรรมมากขึ้น ผู้นำจีนได้นำเสนอนโยบายความร่วมมือในรูปแบบ ” หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ” (One Belt One Road)   โดยที่จีนได้เสนอให้มิตรประเทศผู้ร่วมชะตากรรมในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิคร่วมลงทุนพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจต่างๆ (Infrastructures) ตามเส้นทางสายไหมทางทะเล

เพื่อให้การลงทุนบรรลุเป้าหมาย    ประเทศจีนได้ก่อตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย (Asian Infrastructure Investment Bank-AIIB) และกองทุนอื่นๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการระดมเงินทุน

ความคิดของท่านประธานาธิบดี สีจิ้นผิง    ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากนานาประเทศ

จะเห็นได้จากประเทศต่างๆ ทั่วโลกกว่า 50 ประเทศ   สมัครเข้าเป็นสมาชิกของธนาคาร AIIB ในช่วงระยะเวลาเพียง 6 เดือน  หลังจากการก่อตั้ง     และดังที่ นาย โมดี้ (Modi) นายกรัฐมนตรีของอินเดีย ได้กล่าวสนับสนุนการก่อตั้งธนาคาร AIIB ว่า ประเทศในเอเชียมีความต้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจสูง   จึงมีความต้องการบริการของสถาบันการเงินใหม่ (AIIB) แห่งนี้   เพราะสถาบันที่มีอยู่เดิม ” หยุดทำหน้าที่มาเป็นเวลานานแล้ว ”

สถาบันที่มีอยู่เดิมในความหมายของนายกรัฐมนตรี โมดี้ ของอินเดีย คือ ธนาคารโลก(World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) สถาบันการเงินซึ่งอยู่ภายใต้อิทธิพลของประเทศตะวันตก

เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ ณ จุดยุทธศาสตร์สำคัญ บนเส้นทางสายไหมทางทะเล   เป็นศูนย์กลางของอาเซียน เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิคและมหาสมุทรอินเดียเป็นศูนย์กลางครอบคลุมประชากรมหาศาล ประมาณ 3,000 ล้านคน เอเชียแปซิฟิคจึงเป็นอนาคตของการพัฒนาในศตวรรษที่21

ในขณะที่เทคโนโลยีสมัยใหม่   เปิดให้การสื่อสารคมนาคมเข้าสู่ทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว   ธุรกิจการค้าแบบดิจิตอล   เปิดโอกาสให้คู่ค้าสามารถสรุปการค้าได้ในระยะเวลาเพียงลัดนิ้วมือการคมนาคมขนส่งในยุคปัจจุบัน จะต้องมีประสิทธิภาพสูงเช่นกัน   การสนับสนุนทาง โลยิสติกส์ เพื่อการค้า   จะต้องสะดวก รวดเร็ว เป็นเงาตามตัว

01-ecommerce

เราอาจจะตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า ทำอย่างไรจึงจะทำให้การขนส่งเชื่อมโยงระหว่างมหานครเซี่ยงไฮ้ ศูนย์กลางการค้าและอุตสาหกรรมในประเทศจีนไปสู่มหานคร มุมไบ ศูนย์กลางการค้าและอุตสาหกรรมทางตะวันตกของประเทศอินเดีย       ได้ภายในระยะเวลาเพียง 48 ชั่วโมง? หากทำได้ประเทศต่างๆในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค   จะสามารถทำการค้าขายเข้าถึงตลาดซึ่งกันและกัน กลายเป็นตลาดของผู้บริโภคถึง 3,000 ล้านคน !

นาย แจ๊ค หม่า ( Jack Ma) มหาเศรษฐีของจีน  ได้แสดงให้เห็นว่า เขาสามารถใช้การตลาดสมัยใหม่ และระบบการขนส่ง ด้วยโลยีสติกที่รวดเร็ว  (รถไฟความเร็วสูง) เข้าถึงผู้บริโภค 300 ล้านคนในประเทศจีน   นาย แจ๊ค หม่า กลายเป็นมหาเศรษฐี อันดับ 3 ของโลก ภายในระยะเวลาเพียง 10 ปี เขาเป็นเจ้าของบริษัทต่างๆ มีมูลค่ารวมกันในตลาดถึง 130,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ในการเชื่อมต่อมหานครเซี่ยงไฮ้ ในประเทศจีนกับมหานครมุมไบ ในประเทศอินเดียนั้น จะต้องใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน   แม้ว่าช่องแคบมะละกา จะเป็นทางผ่านของสินค้าทางทะเล   ( Sea Lane of Communication ) ที่สำคัญที่สุด แต่ช่องแคบมะละกา แน่นขนัดด้วยเรือสินค้าจำนวนมาก และเป็นที่คาดกันว่าจำนวนเรือเดินทะเลซึ่งผ่านช่องแคบมะละกาจะมีมากเกินความสามารถที่ช่องแคบจะรับไว้ได้ ภายใน 10-15 ปีข้างหน้า

จึงถือได้ว่าเป็นโอกาสอันดีสำหรับประเทศไทย      ที่จะจัดการเปิดเส้นทางเดินเรือทะเล       ( Sea Lane of Communication ) เส้นใหม่ โดยการขุดคลองกระ เชื่อมระหว่างทะเลอันดามันกับอ่าวไทย   เส้นทางเดินเรือทะเลแห่งใหม่นี้ จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจขนาดใหญ่                ( Mega Infrastructure Project) เพื่อบูรณาการขนส่งทางบกกับการขนส่งทางน้ำเข้าด้วยกัน   เป็นศูนย์กลางสำคัญในการอำนวยความสะดวก ในการขนส่งระหว่างนครเซี่ยงไฮ้และนครมุมไบ   หากไม่มีการขุดคลองกระ   ความหวังที่จะเชื่อมนครเซี่ยงไฮ้และนครมุมไบภายใน 48 ชั่วโมง ย่อมเป็นไปไม่ได้

Share Button

Comments

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.