Thai Canal International Conference


Technology for Sustainable Paths to Thailand’s Future


Comprehensive Study of Alternative Logistics Systems

for the Maritime Silkroad

September 11, 2017, Grand Hyatt Erawan Bangkok Hotel


Will Thai Canal be constructed? How will it benefit Thailand and Asean Countries?
This conference aims to bring together professionals from different disciplinary backgrounds involving various specialties in commercial canals around the world in order to brainstorm on the Thai canal feasibilities from both academic and visionary perspectives.

Conferences Announcement

The Thai Canal which is also known as The Kra Canal, is a-mega project that has been a key subject of discussion for decades in Thailand. Some believe that the canal can serve as a vehicle to create economic prosperity for the future.

The immense investment in the Thai Canal is not only great affecting the Thai economy in a positive way, but it is also reverberating through the rest of the world. Thai Canal has more to offer to businesses than just a canal. It is also home to two world-class logistic and business hubs at the either end of the path between two oceans. The effects within Thailand and the whole Asia continent, especially Southeast Asia, will be exponential impacting everything from ports and terminal development to shipping, transport (rail, road, sub-waterways) and warehousing in the areas.

King Mongkut’s Institute of Technology Ladkrabang and Thai Canal Association for Study and Development are pleased to announce the international conference on TECHNOLOGY FOR SUSTAINABLE PATHS TO THAILAND’S FUTURE, THAI CANAL: Comprehensive Study of New Logistics Systems for the Maritime Silkroad. The conference will include panels and presentations on major considerations for Thai Canal project from key industry specialists who are from private, public and government sectors. Besides, the conference will provide highly valuable networking opportunities where the C-level, senior management, professionals, operators, contractors, consultants and investors can learn about what projects can possibly be put in the pipeline and capitalize on the business opportunities being created.

The conference which is warmly supported by European Association for Business and Commerce (EABC), will be held September 11, 2017, at Grand Hyatt Erawan Bangkok Hotel. A special discount is available for group registration, and conference attendees who register before September 1, 2017.

Conference Program at a Glance


  • H.E. Deputy Prime Minister Somkid Jatusripitak (to be confirmed)


  • H.E. Thanin Kraivichien: former Prime Minister, former President of the Supreme Court & former Member of the Privy Council
  • Gen. Saiyud Kerdphol: former Supreme Commander
  • H.E. Ambassador of the European Union to Thailand


  • Gen. Pongthep Thesprateep, Chairman, the Thai Canal Association for Study and Development
  • Prof. Dr. Suchatvee Suwansawat, President, King Mongkut’s Institute of Technology Ladkrabang (KMITL)



SESSION 1: World’ Major Canals, chaired by: Mr. Georg Wolff, Chair of Advocacy Group Rail & Road Infrastructure, European Association for Business & Commerce (EABC)

  • Panama Canal: Example of successful linkage between Atlantic and Pacific Oceans.

Dr.Ilya Espino de Marotta, Vicepresidenta Ejecutiva, Ingeniería y Admministración de Programas, Autoridad del Canal de Panamá. (To Be CONFIRMED)

  • Suez Canal: Example of successful linkage between the Mediterranean and Red Sea.
    Osama Mohammed El-Sayed, University of Malaysia (To be confirmed)
  • Kiel Canal: Example of successful linkage between the North Sea and the Baltic Sea.
    Hans Heinrich WITTE, General of Waterways & Navigation and Federal Ministry of Transport & Digital Infrastructure

SESSION 2: Significant Concepts for World Development, chaired by Dr. Nunthawat Charusrojthanadech, King Mongkut’s Institute of Technology, Ladkrabang

  • Mega-Projects in Asia and around the World – Challenges in Construction
    Norio Yamamoto, Global Infrastructure Fund Foundation, Japan
  • One Belt One Road Initiative – Global Aspects
    Zhen Wang; Chief, Regional Division of Asia and the Pacific Department of Regional Programs and Field Representation, UNITED NATIONS, INDUSTRIAL DEVELOPMENT ORGANIZATION
  • One Belt One Road Initiative – Regional Aspects
    Jinsong Zhao, PRC Lawyer Maritime Arbitrator, Shanghai Jiao Tong University

SESSION 3: Kra Canal and Linkage among Asian Countries, chaired by Dr. Harald Wagner, Director Of International Civil Engineering Program, King Mongkut’s Institute of Technology Ladkrabang

  • Impacts of OBOR on Maritime–Overland Transportation Logistics in Malaysia
    Ruslan Hassan, Vice President, the Institution of Engineers Malaysia (IEM)
  • Navigational Saturation of Malacca Straits and Its Consequences
    Pakdee Tanapura, Vice Chairman of Thai-Chinese Culture and Economy Association, Head of Kra Canal Study Team
  • Development of Free Economic Zones
    Tony Restall, Development Services International Ltd.

SESSION 4: Security and Environment, chaired by Dr. Aphichat Sramoon, TEAM Consulting Group

  • Kra Canal and the Unity of Thailand
    Admiral Supakorn Buranadilok, President of the Royal Thai Navy Advisory Group
  • Impact of Megaprojects on Environment & People
    Harald Wagner & Douglas Smith. KMITL Bangkok & ESIA London (DS Environment & Social Impact Assessment Institute)

Remark; The conference program is as of 28 July 2017. The Organizers reserve the right to amend the program without prior notice due to unexpected incidence.

For full program of the conference

please click

Full Conference Program

To register to the conference

please click

Registration Form


Contact Info:

E-mail: thaicanalconf@gmail.com

Call: +6681 668 5448, +6663 994 4156

Facebook: Kra Canal Maritime Silk-road

Website: Kra Canal Maritime Silk-road

Kra Canal-01


กรอบการพิจารณาแนวขุดคลองไทย ( คอคอดกระ )

แนวการขุดคลองไทยหรือคอคอดกระได้ตกเป็นประเด็นที่น่าสนใจ การถกเถียงอย่างเป็นวงกว้าง ทั้งในแวดวงวิชาการและประชาชนทั่วไป มีข้อเสนอหลากหลายต่อแต่ละเส้นทางและข้อคิดเห็นแตกต่างกันออกไป วันนี้เราจึงได้รวบรวมเส้นทางที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุด 4 เส้นทาง ซึ่งได้ผ่านการวิเคราะห์วิจัยจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ ว่าน่าจะเป็นเส้นทางการขุดคลองที่เป็นไปได้มากที่สุด ทั้งในแง่ของผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ความเป็นไปได้ทางวิศวกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศ

เพื่อให้ผู้ที่สนใจและมีความเชี่ยวชาญในสาขาต่างๆได้ร่วมถกเถียงและเสนอข้อชี้แนะตามความเข้าใจ เพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันและเพื่อพัฒนาประเทศของเราต่อไป



ประเทศจีนประกาศนโยบายเส้นทางสายไหมทั้งทางบกและทางทะเล “One Belt One Road” ประกอบด้วย 2 เส้นทางหลัก คือ เส้นทางสายไหมทางบกหรือเขตเศรษฐกิจเส้นทางสายไหม (Silk Road Economic) และเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 (21′ Century Maritime Silk Road) หรือ คอคอดกระ นั่นเอง

ถามว่า เหตุใดจีนจึงมีแนวคิดให้มีนโยบายเส้นทางสายไหม 2 เส้นทางนี้ จีนคงตระหนักถึงพลวัตการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และการเมืองโลก เป็นการแสดงออกได้ว่าจีนพร้อมและตระหนักถึงความจำเป็นอย่างยิ่ง ต้องแสดงพลังอำนาจในการต่อรองระหว่างประเทศให้เห็นว่าจีนพร้อมที่จะมีส่วนแบ่งอำนาจของโลก จีนพร้อมแล้วที่จะขยายอิทธิพลทั้งการค้า การเมือง การลงทุนและด้านอื่นๆ

เส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 จะครอบคลุมกลุ่มประเทศเอเชียใต้ เอเชียกลาง เอเชียตะวันออก เอเชียตะวันตก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และดินแดนในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

ถ้าเส้นทางสายไหมทางทะเลเกิดขึ้นจริง ส่งผลสะท้อนให้เห็นว่า ต่อจากนี้ไปการเดินทางติดต่อของผู้คนและวัฒนธรรมจะขยายตัวอย่างกว้างขวาง การเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม และการศึกษาเทคโนโลยีจะเดินหน้าอย่างรวดเร็วและท้าทายยิ่งกับกลุ่มประเทศหรือภูมิภาคข้างต้น การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว จะเชื่อมโยงเป็นโครงข่ายระหว่างชาติ ระหว่างภูมิภาค ส่งผลให้เกิดประโยชน์อย่างใหญ่หลวงแก่ทุกประเทศในขอบข่ายของเส้นทางสายไหมนี้ (win-win Situation)

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ ทุกประเทศต้องวางแผนและกำหนดยุทธศาสตร์ประเทศเพื่อรองรับคือ โครงข่ายการคมนาคมทั้งทางบก ทางอากาศ ทางทะเล โครงข่ายสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น ระบบรถไฟ การสร้างเขื่อน ท่าเรือ และโรงไฟฟ้า เป็นต้น

เห็นนโยบายนี้ของจีน ผู้เขียนรู้สึกตื่นเต้นและมีความหวัง สอดรับกับการให้ความสำคัญของท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ผ่านการแถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2557 นโยบายที่ 6 เพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมดำเนินการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ.2558-2565 เป็นแผนการลงทุนระยะ 8 ปี ครอบคลุม 4 เส้นทางหลัก คือ ถนน ราง น้ำ และอากาศ แต่ในแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว ผู้เขียนขออนุญาตนำเสนอให้ท่านนายกรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องนำโครงการขุน คอคอดกระเชื่อมระหว่างทะเลอันดามันกับทะเลอ่าวไทยซึ่งโครงการนี้เป็นอภิมหา โครงการใช้เงินทุนสูงแต่ให้ผลตอบแทนกับประเทศมหาศาลเช่นกัน

โครงการนี้ผ่านการสำรวจและวิจัยมาหลายครั้งแต่หยุดชะงักไปด้วยเหตุและผลแต่วันเวลาและสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนไป ประเทศในโลกต้องเป็นหุ่นส่วนกัน พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน การรวมกลุ่มเพื่อแชร์ผลประโยชน์และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดร่วมกัน ประชาคมอาเซียนเปิดประตูเต็มรูปแบบ ปลายปี 2558 ข้อกังวลเรื่องเหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ น่าจะไม่ใช่ตัวแปรในการขับเคลื่อนโครงการนี้ เพราะโครงการนี้เป็นโครงการที่พลิกแผ่นดินด้ามขวานทองนี้ให้เรืองรอง ประชาชนในภาคใต้ 14 จังหวัดได้ผลประโยชน์อย่างมหาศาล

ผู้เขียนเชื่อมั่นว่า ชาวภาคใต้สนับสนุนโครงการนี้แน่นอน ชาวภาคใต้จะต้องตระหนักไว้ว่าจะหวังอาชีพประมง อาชีพจากสวนยาง ผลไม้ และอื่นๆ คงยากแล้ว ราคายางและการประมงไม่ใช้เป้าหมายด้านรายได้หลักแก่ชาวภาคใต้อีกต่อไป การสร้างความเข้าใจและให้ประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และเมียนมา เข้ามามีหุ้นส่วนโครงการนี้ภายใต้กรอบของประชาคมอาเซียน ภายใต้ความรู้สึกที่ประเทศสมาชิกอาเซียนเป็นหนึ่งเดียวและมีผลประโยชน์ร่วมกัน

โครงการคอคอดกระจะเป็นเส้นทางสายไหมของไทยโดยสอดคล้องและเชื่อมโยงเส้นทางสายไหมทางทะเลของจีนในศตวรรษที่ 21 คลองกระจะเป็นแหล่งเงินทุนและการลงทุนแหล่งธุรกิจ แหล่งอุตสาหกรรม ที่หลากหลาย นำรายได้มหาศาลเข้าสู่ประเทศไทยเราอย่าหวังพึ่งพาอาศัยการส่งสินค้าออกไปขายในต่างประเทศอีกเลย เราต้องคิดใหม่โดยเราต้องสร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อให้เงิน ให้การลงทุนจากต่างชาติ นำเงินเข้าสู่ประเทศของเรา คลองกระจะเป็นแหล่งการว่าจ้างแรงงานทุกระดับทุกอาชีพ

คอคอดกระจะเป็นแหล่งรายได้หลักของไทยมาทดแทนและรองรับเศรษฐกิจของไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า ที่ประเทศไทยไม่มีทรัพยากรต่างๆ หลงเหลือให้เป็นทุนสำรองสำหรับนำมาพัฒนาประเทศ

เราเลิกกังวลใจต่อปัจจัยที่ทำให้โครงการนี้เดินหน้าไม่ได้โลกหวังว่าศตวรรษที่ 21 คือโลกแห่งการอยู่ร่วมกันพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมใหม่ร่วมกันคลองกระไม่ใช่คลองในจินตนาการอีกต่อไป ผู้เขียนสนใจและติดตามโครงการนี้มาโดยตลอด และเคยเขียนบทความผ่านสื่อต่างๆ มาหลายครั้ง

ซึ่งเส้นทางคลองกระที่ควรดำเนินการคือ เส้นทาง 9A ผ่านจ.กระบี่, ตรัง, พัทลุง, สงขลา และ จ.นครศรีธรรมราช ระยะทาง 120 กรัม (ข้อมูลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ) เพราะเส้นทางนี้เงื่อนไขต่างๆ มีน้อยมาก เป็นเส้นทางผ่านตอนกลางของภาคใต้พอดี ทำให้จังหวัดในภาคใต้ได้ผลประโยชน์ที่เป็นธรรม การสร้างงาน การมีงานทำอย่างทั่วถึง

คอคอดกระคือนวัตกรรมใหม่ด้านการเดินเรือของโลก คลองกระคือเส้นทางสายไหมของโลก คลองกระคือเสน่ห์ที่ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นยุทธศาสตร์ของโลกด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และวัฒนธรรม ด้านการศึกษาและนวัตกรรมใหม่ ด้านการเมืองและยุทธศาสตร์โลก

หลับตาดูซิ ท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย เมื่อคลองกระเกิดขึ้น ถ้ารัฐบาลและ คสช.ตัดสินใจเดินหน้าโครงการนี้ จะเป็นประวัติศาสตร์ของไทย เป็นประวัติศาสตร์ของโลกแน่นอน โครงการใหญ่ย่อมมีปัญหามากมาย แต่แน่นอนผลประโยชน์ที่ตอบแทนกับประเทศก็มีมหาศาลเช่นกัน เพียงรอและกล้าพอ ทำให้ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงจากประเทศรายได้ปานกลางสู่ประเทศที่ร่ำรวยมีเงินทุนสำรองประเทศอย่างมหาศาล คอคอดกระ คือเส้นทางในฝันที่ประชาชนและโลกรอคอย

คนไทยและชาวโลกจะต้องจารึกการตัดสินใจครั้งสำคัญของนายกรัฐมนตรีของไทยที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปอีกแสนนาน!



โดย ณรงค์ ขุ้มทอง 
โรงเรียนนวมินทราชูทิศทักษิณ และโรงเรียนดาวนายร้อย