1196266

“บิ๊กป้อม” เชื่อมั่นซื้อยาง 2 แสนตัน เงื่อนไขดีขึ้น ปัดทำคอคอดกระ โอไอซีไม่จุ้นไฟใต้

Share Button

“ประวิตร” เปิดเผยรายชื่อ กก.กยท.ดำเนินการตามกระทรวงมหาดไทยที่เกษตรฯ เสนอ คณะรัฐมนตรีอนุมัติรับซื้อยางแล้วไม่เรับประทาน 2 แสนตัน เชื่อมั่นจัดให้สถานะดีขึ้น ปัดดึงบุคคลตัวหลักยางปรับทัศนคติ ขอบคุณสื่อสร้างการรับรู้ พ.ร.บ.ชุมนุม แจงโอไอซีมิได้ร่วมคุยไฟใต้ เหตุเรื่องข้างใน รับยังไม่ทำคอคอดกระต้องศึกษาอีกมาก มั่นใจนายกฯ คงไม่ปราถนาทำ แจงความคืบหน้าแก้ประมงต่อ ครม. เชื่อใจปรับเป็นเทียร์ 2

วันที่ 12 เดือนมกราคม ที่ทำเนียบผู้บริการของรัฐ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายก อีกทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้เปิดเผยตอนท้ายประชุมครม. (ครม.) ถึงตัวอย่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอพิจารณารายชื่อคณะกรรมการการยางแห่ง เมืองไทย (กยท.) ต่อที่ประชุม คณะรัฐมนตรีว่า ได้เคลื่อนไหวการตามที่กระทรวงเกษตรฯเสนอมา รวมทั้งรายชื่อประธาน กยท.นั้น ตนจำไม่ได้ เดี๋ยวรายชื่อคงออกมา อีกทั้งไม่ว่าผู้ใดจะเป็นประธานก็ทำงานให้แก่ประธานกระนั้น ส่วนการช่วยเหลือเรื่องราคายางนั้น ขณะนี้ คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้รับซื้อยางตรงจากชาวไร่ชาวนาแล้ว โดยที่จะมีเจ้าหน้าที่ลงไปในแต่ละพื้นที่เพื่อตกลงเรื่องราคารับซื้อยางว่า จะเป็นกิโลกรัมละเท่าไหร่ คงจะให้คสช. (คสช.) รุดไปช่วยเปลี่ยนแปลงการ น่าจะร่วมมือกับสหกรณ์ในพื้นที่ หรือมท รวมถึงกระทรแวดวงคลัง คงไม่เกิน 1-2 แสนตัน เชื่อใจว่ามาตรการต่างๆ พวกนี้จะจัดให้สถานการณ์การประท้วงดีขึ้น

ขณะที่ถามถึงแบบกระแสข่าวลือมีการควบคุมตัวหลักสำคัญผู้ชุมนุมชาวสวนยาง ใน ละแวกภาคใต้ 50 คนมาปรับทัศนคติ พล.อ.ประวิตรเปิดเผยว่า ปราศจาก โดยส่วนตัวดีใจที่ปัจจุบันนี้มวลชนมีความเข้าใจ พระราชบัญญัติการชุมนุมในที่สาธารณะ มากขึ้น บุคคลตัวหลักมีการขออนุญาตก่อนชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หรือที่จ.ตรัง ในเวลาเดียวกันต้องขอบคุณสื่อมวลชนที่สร้างความรับรู้ให้แก่มวลชนเป็นอย่าง ดี แบบนี้ก็จะคุยกันได้

พล.อ.ประวิตรยกถึงกรณีตัวอย่างข่าวโคมลอย กลุ่มมาราปาตานี ต้องการให้องค์กรความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) มาเข้าเป็นตัวกลางในการพูดคุยสันติสุขว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องข้างต้น ส่วนตัวอย่างที่เลขาธิการโอไอซีจะมาเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีในเดี๋ยวนี้นั้น ตนได้มอบหมายให้ รมช.กลาโหมไปเข้าพบด้วย ดังนั้น โอไอซียืนยันอุดหนุนมุมมอง การพูดคุยแต่ไม่ได้เข้ามาร่วมเพราะถือเป็นเรื่องข้างในกลุ่มเรา คิดว่าสถานการณ์อาจจะดีขึ้น นอกจากนี้แม้เหตุการณ์จะน้อยลงแต่กลุ่มเราก็ดูหลายส่วนประกอบกันว่า สภาวการณ์จะสงบหรือไม่ เช่น เรื่องการข่าว สภาวการณ์ต่างๆ ถ้าเหตุการณ์น้อยลงก็จะลดจำนวนผู้ปฏิบัติงานจากหน่วยอื่น ให้ใช้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เป็นหลัก

พลเอกประวิตรพาดพิงถึงแบบอย่าง นายธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี เสนอผู้บริการของรัฐให้หยิบยกเรื่องคอคอดกระขึ้นมาพิจารณาทีหลังว่า เรื่องคอคอดกระเป็นเรื่องใหญ่โต รัฐบาลคงไม่ทำอะไรกันในขณะนี้ ยังมีเรื่องอื่นที่ต้องทำ เรื่องนี้ยังต้องศึกษาอีกมาก ตอนถามว่าหากขุดคอคอดกระแล้วจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพหรือไง พลเอกประวิตรเปรยว่า “มันดีหรือป่าว มนุษย์ต้องการให้ขุดหรือเปล่า มันต้องพิจารณาอะไรต่างๆ อีกอย่างมากมาย เรื่องนี้ยังอีกไกล เดี๋ยวก่อน ใจเย็นๆ ถ้าอยากทำ รอให้คนที่อายุน้อยๆ หรือผู้บริการของรัฐที่มาดูจากเลือกตั้งเคลื่อนไหวการถ้าเชื่อว่าทำได้อีก ทั้งไม่เกิดอันตรายต่อประเทศชาติ แต่ผมว่าท่านนายกรัฐมนตรีฯ คงไม่อยากทำเท่าใด”

พลเอกประวิตรยังเปรยว่า ตนได้เสนอความคืบหน้าการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายต่อที่ประชุม คณะรัฐมนตรี ก่อนที่สหภาพยุโรป หรืออียู จะมาดูเรื่องดังกล่าวข้างต้น และเวลาบ่ายของวันที่ 14 ม.ค.นี้ ทุกเวลา่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวข้างต้นจะพิสูจน์ผลการดำเนิน งานต่อสื่อราษฏรให้รับเห็นว่าของพวกเราทำอะไรไปแล้วบ้าง ทั้ง การประมง การวิเคราะห์ย้อนกลับ แรงงานในทะเล รวมถึงการใช้แรงงานเด็กในร.ง.แปรรูปผลิตภัณฑ์ทางทะเล ซึ่งของเราได้ทำเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการแก้กฎหมาย ส่วนเรื่องทิปรีพอร์ตที่จะส่งให้สหรัฐอเมริกานั้นจะส่งในวันที่ 19 มกราคม ซึ่งตนจะดูทำรายการทีหลัง

เมื่อถามว่าเชื่อมั่นว่าไทยจะได้ทราบการ ปรับขึ้นเป็นมาตรฐานเทียร์ 2 หรือยังไง พล.อ.ประวิตรกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “ถ้าผมเป็นกรรมการ ผมให้เลย ของพวกเราทำทุกที่ ทุกเรื่อง เขาบอกมาอย่างไรเราก็ทำอย่างนั้น ต่อจากนั้นจะได้กลับกลายหลักสากลจะได้หมดเรื่องเสียที”

ขอขอบคุณเนื้อหาและรูปภาพจาก
สำนักข่าวไทย
 เดลินิวส์
Share Button

Comments

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.